Sample client

คลินิกหัวใจ

psychiatry 280

คลินิกจิตเวช

Sample client

ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน

orthopaedist 280

ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ

women 280

ศูนย์สุขภาพสตรี

mis 280

ศูนย์ผ่าตัดผ่านกล้อง

rediologist 280

ศูนย์รังสีวินิจฉัย

surgeon 280

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

gastroenterologist 280

ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ

 

ศูนย์ทั้งหมด

โรคปวดศีรษะไมเกรน Migraine headache

3494 views

shutterstock 112023320web

คือ โรคปวดศีรษะชนิดหนึ่งที่มีอาการปวดค่อนข้างรุนแรง  มักมีอาการปวดข้างเดียว  และไม่ได้เกิดจากพยาธิสภาพทางกายเช่น  เนื้องอกหรือโรคติดเชื้อ

ไมเกรนเกิดขึ้นได้อย่างไร

สาเหตุที่แท้จริงของไมเกรนยังไม่ทราบแน่ชัด  เชื่อว่าเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมร่วมกับสิ่งแวดล้อม  ทำให้ผู้ป่วยไมเกรนมีความไวของการทำงานของระบบควบคุมความปวดมากขึ้น  และพบว่ามีการกระตุ้นเส้นประสาทบริเวณศีรษะ (Peripheral sensitization) ทำให้เกิดการหลั่งสารต่างๆ  กระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัว  ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง (Central Sensitization) ทำให้เซลล์ประสาทมีความไวต่อการกระตุ้นเพิ่มขึ้น โดยหากระบบประสาทส่วนกลางถูกกระตุ้นผู้ป่วยบางรายจะมีอาการเจ็บตามหนังศีรษะเมื่อถูกสัมผัส (Allodynia)

ผู้ป่วยไมเกรนจะมีอาการอย่างไร

ผู้ป่วยไมเกรนส่วนใหญ่มักมีอาการปวดศีรษะข้างเดียว  โดยมักมีข้างที่ปวดเป็นประจำ  สลับกับการปวดอีกข้าง (ผู้ป่วยประมาณ 10% ปวดอยู่ข้างเดียว ไม่มีสลับข้าง)  ผู้ป่วยบางรายอาจปวดทั้ง 2 ข้าง พร้อมกันได้ ลักษณะอาการปวดมักปวดแบบตุ๊บๆ คล้ายเส้นเลือดเต้น  และมักมีอาการปวดค่อนข้างรุนแรง  ผู้ป่วยมักอยากนอนพักนิ่งๆ  ในที่เงียบ  เพราะอาการปวดอาจกระตุ้นจากแสง  หรือเสียงดังๆ ได้ ในบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้  อาเจียนร่วมด้วย

ผู้ป่วยบางรายอาจพบอาการนำ (aura) มาก่อนอาการปวดศีรษะได้เช่น  อาการผิดปกติทางการมองเห็นเช่น  เห็นแสงวูบวาบ   เห็นแสงเป็นเส้น  หรือเห็นเป็นเงาดำมืดได้  ผู้ป่วยส่วนน้อยมีอาการชาที่มือลามมาที่หน้าเป็นอาการนำ  ส่วนอาการนำอื่นๆ  เช่น  อาการอ่อนแรงพบน้อยมาก

มีปัจจัยใดบ้างที่กระตุ้นให้ผู้ป่วยไมเกรนมีอาการปวดไมเกรนศีรษะ

ผู้ป่วยไม่เกรนถึง  85 % มีปัจจัยที่กระตุ้นให้มีอาการปวดศีรษะอย่างชัดเจน  ปัจจัยเหล่านี้ได้แก่

  1. อากาศร้อน, อาการเย็น
  2. ความเครียด, นอนน้อย  หรือนอนมากเกินไป
  3. แสง  หรือเสียงดังๆ
  4. กลิ่นแรงๆ  เช่น น้ำหอม, ควันบุหรี่
  5. อาหาร  เช่น เนย,  ช็อกโกแลต, ผงชูรส,  เบคอน
  6. ประจำเดือน  โดยในผู้ป่วยบางรายมีอาการปวดศีรษะสัมพันธ์กับการมีประจำเดือนอย่างชัดเจน  (Menstrual  Migraine) ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการปวดศีรษะ 1-2 วันก่อนมีประจำเดือน  และปวดต่อเนื่องไปในช่วงที่มีประจำเดือน

โรคไมเกรนวินิจฉัยอย่างไร

ไมเกรนเป็นโรคที่วินิจฉัยจากอาการดังกล่าวแล้วข้างต้นเป็นหลัก  โดยไม่จำเป็นต้องเอ็กซเรย์สมอง  ยกเว้น  กรณีที่ไม่แน่ใจการวินิจฉัย  หรือตรวจร่างกายพบความผิดปกติทางระบบประสาท

โรคไมเกรนรักษาอย่างไร

การรักษาไมเกรนแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะปวดศีรษะเฉียบพลัน   และการให้ยาป้องกันอาการปวดศีรษะซ้ำการรักษาอาการปวดศีรษะแยบพลัน

  1. หลักการรักษาในระยะนี้คือ ให้รีบรับประทานยาให้เร็วที่สุด  เมื่อเริ่มมีอาการปวดศีรษะแบบไมเกรน  เนื่องจากในระยะแรกที่เริ่มมีอาการปวดศีรษะจะมีความผิดปกติจำกัดอยู่ที่เส้นประสาทบริเวณศีรษะที่ไวต่อการกระตุ้นมากผิดปกติเท่านั้น  แต่หากเวลาผ่านไประบบประสาทส่วนกลางจะถูกกระตุ้น  การรับประทานยาในระยะนี้จะไม่ค่อยได้ผล  ยาที่ใช้ระงับอาการปวดศีรษะในระยะนี้ได้แก่  ยาที่มีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดสมองหดตัว (Ergotamine, Triptans) ยาที่มีฤทธิ์ระงับปวด  และลดการอักเสบ (NSAIDS)
  2. การให้ยาป้องกันอาการปวดศีรษะซ้ำ

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การสังเกตปัจจัยกระตุ้นให้ปวดศีรษะ  และพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยนั้น  รวมถึงหลีกเลี่ยงภาวะเครียด  ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดศีรษะซ้ำบ่อยๆ  จนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน  อาจพิจารณาให้ยาป้องกันอาการปวดศีรษะซ้ำ  แต่ต้องอาศัยความร่วมมือกับผู้ป่วยในการรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ  เนื่องจากต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องระยะหนึ่งถึงแม้จะไม่มีอาการปวดศีรษะ